เทคโนโลยีเว็บ 2.0 คือ Web 2.0 จริง ๆ
แล้วก็คือการให้ความหมายของสิ่งที่เปลี่ยนไปของเทคโนโลยีเว็บไซต์
ซึ่งก็เหมือนกับที่สมัยก่อน เราเปลี่ยนจากทีวีขาวดำมาเป็นทีวีจอสี
โดยกำหนดตัวเลขว่าเป็น generation ที่ 2 ของเว็บนั่นเอง สิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ Web 2.0นั้นก็ เช่น AJAX, Blog, Feeds, Podcast, Socialnetworking ฯลฯ โดย Web 2.0 applicationจะคุณสมบัติดังต่อไปนี้ให้ความสำคัญกับผู้เข้าชมเว็บไซต์
โดยที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะมีส่วนร่วมต่อเว็บไซต์มากขึ้นไม่ใช่แค่เข้ามาชมเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บจัดทำขึ้นเท่านั้น
ผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถสร้าง content ของเว็บไซต์ขึ้นมาได้เองหรือสามารถ tag
content ของเว็บไซต์ (คล้ายๆการกำหนด keyword ที่เกี่ยวข้องกับ content โดยผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นผู้กำหนดขึ้น) ตัวอย่างเช่น Digg, Flickr, Youtube , WikiWeb 2.0
application จะมีคุณสมบัติที่เรียกว่า RIA (Rich
Internet Application) นั่นคือ Web 2.0application จะมี user interface ที่ดียิ่งขึ้น เช่น
คุณสมบัติ drag & drop ซึ่งเราใช้กับใน desktopapplication ทั่วๆไปก็สามารถใช้ได้บนเว็บเช่นกัน โดยเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการสร้าง RIA เช่น AJAX, Flashคุณสมบัติที่เรียกว่า mash-up ก็เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของ Web 2.0 application นั่นก็คือการ ที่เราสร้าง Web application ขึ้นมาสักตัวหนึ่ง แล้วเราสามารถเปิด service ของ Web application ให้คนอื่น ๆ
สามารถมาใช้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมสร้าง Web application เกี่ยวกับระบบการซื้อขายสิ้นค้า online ขึ้นมาโดยผมสามารถ mash-up ระบบของผมเข้ากับ Google maps ได้อย่างง่ายดายเพื่อที่จะทำ Web
application
เทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับ Web
2.0 AJAX ถือว่าเป็น เทคโนโลยีที่สำคัญมากๆ สำหรับWeb
2.0 application เลยทีเดียว โดยAJAX ใช้สำหรับการสร้าง user interface ที่สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้นบนเว็บ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ AJAX นั้นสามารถทำงานบนทุก browser ไม่ว่าจะเป็น IE, Firefox, Opera หรือ Safari ก็ตาม ตัวอย่าง Web 2.0 application ที่นำ AJAX ไปใช้ก็เช่น Gmail, Google Docs & Spreadsheets,Google
Calendarหรือ LetsProve VO XML, Web services ใช้ในการทำให้ Web 2.0 application สามารถintegrate
functional ในการทำงานร่วมกันได้ง่ายยิ่งขึ้น application ที่เราคุ้นเคยก็เช่น เราสามารถติดตามตำแหน่งงานที่เราสนใจใน Jobsdb ได้โดย RSS feeds SaaS (Software as service) เป็น Model ใหม่สำหรับการใช้บริการ software โดยที่แต่ก่อนเราอาจจะต้องซื้อsoftware เป็น license แล้วนำมา install บนเครื่องเรา
แล้วเมื่อถึงเวลาที่ผู้ผลิต update software เป็น version ใหม่เราก็ต้องไป download หรือซื้อ software ใน version ใหม่ และถ้าหากมีผู้ใช้ software เป็นจำนวนมาก ๆ ก็จะต้องเสียเวลาและเงินอย่างมากในการ update
software แต่ละที ซึ่ง SaaS จะสามารถแก้ปัญหาในจุดนี้ได้โดยมอง software เป็นเหมือนบริการๆ หนึ่ง โดยผู้ใช้บริการเพียงแค่จ่ายเงินค่าบริการ
แล้วก็สามารถใช้งาน software ผ่านทาง web
browser ได้ทันที เมื่อมีการ update software ก็จะทำเองอัตโนมัติโดยผู้ผลิต SaaS มีข้อดีคือ
ผู้ใช้จะสามารถวางแผนงบประมาณสำหรับการซื้อ software ได้มากยิ่งขึ้น (ไม่ใช่ว่าซื้อ software มาแล้วยังต้องจ่ายค่า support, fix bug ตามมาอีก) และใช้เวลาน้อยกว่าในการ update version software แต่ละครั้ง ตัวอย่าง SaaS เช่น Google,
Salesforce, Zoho
http://achara-rs.exteen.com/20100524/entry
Squidoo คือเว็บไซต์ประเภทแบ่งปันสาระ(Content
–sharing Site) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นหนทางสำหรับให้คนทั้งหลายได้เสนอความรู้
ทัศนคติ หรือความเชี่ยวชาญความชำนาญการเฉพาะของตนๆให้เป็นที่ปรากฏแก่ชาวโลกทั่วไป ดัง ที่ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Squidoo ชื่อ Seth
Godin ซึ่งเป็นนักเขียนหนังสือติดอันดับขายดี มีความเชื่อว่า “ทุกคนล้วนเป็นผู้ชำนาญการ”ทั้งนั้น หน้าเว็บของ Squidoo
มีชื่อเรียกว่า lens มีลักษณะคล้ายหรือเหมือนกับ
blog ที่ซึ่งคนทั้งหลายใช้เผยแพร่แนวความคิดเพื่อให้ชาวโลกได้รู้ได้เห็นทางออนไลน์
จาก lens เหล่านี้แป็นการเปิดโอกาสให้คนทั่วทั้งโลกได้มองเห็นโลกและนำความรู้ที่ได้
จากการรู้การเห็นนั้นไปปรับปรุงชีวิตของตนๆให้ดียิ่งขึ้น และด้วย เหตุที่แต่ละ lens
จะบรรจุไว้ซึ่งเรื่องราวสาระหรือแนวความคิดแต่ละสิ่งแต่ละอย่างต่างๆนานา
Squidoo จึงสามารถนำเสนอเรื่องราวต่างๆนับล้านๆเรื่องแก่ผู้คนทั่วโลกให้ได้รับรู้
ตามแต่อัธยาศัยและความต้องการของแต่ละคน
ข้อดีของ Squidoo
สมัครเป็นสมาชิกฟรี
ง่ายที่จะลิงค์เชื่อมโยงต่อไปยัง WebPages อื่นๆได้
สามารถทำเป็นเว็บที่เสนอบทความดีๆ
และมีรายได้เสริมทางอินเทอร์เน็ต
ข้อเสียของ Squidoo
สมัครยาก
การเผยแพร่ข้อมูลทำได้ยาก
เพราะต้องผ่านกฎของทางเว็บ Squidoo ก่อน ถึงจะเผยแพร่บทความได้
http://mickey00infinity.wordpress.com/2012/01/31/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3-httpwww-squidoo-com/
ขั้นตอนที่ 1 คลิกเลือกเมนู เข้าสู่ระบบ ทางด้านมุมซ้ายของเว็บ
ขี้นตอนที่2 กรอกข้อมูลส่วนตัวตามหัวข้อดังรูปภาพด้านล่าง
ตัวอย่างการกรอกข้อมูลดังภาพด้านล่างนี้
เมื่อสมัครเรียบร้อยจะพบหน้าต่าง หน้าแรกของสมาชิก ดังภาพด้านล่าง
ขั้นตอนที่ 3 คลิกที่ เมนูเริ่มเลนส์ ทางมุมบนด้านซ้าย ดังภาพด้านล่างนี้
ขั้นตอนที่ 4 ใส่หัวข้อบล็กที่เราต้องการสร้างลงไป จากนั้น กด Continue ดังภาพ
ขั้นตอนที่ 5 ใส่ลิ้งค์ให้เว็บ(โดยมากลิงค์จะถูกกำหนดมาจากหัวข้องของบล็อกแล้ว) จากนั้นก็เลือกหมวดหมู่ให้กับบล็กของเรา เช่น การทำอาหาร ครอบคัว หรือ แอนดิเมชั่น เพื่อให้ผ้ที่เข้าชมสามารถเลือกบล็อกของเราจากหมวดหมู่ที่ถูกแบ่งไว้ เพื่อความสะดวกในการค้นหาบล็อก
ขั้นตอนที่ 5 คือ ใส่ tax ที่คิดว่าผู้เข้าชมสามารถพอเจอได้ง่าย
ขั้นตอนที่ 7 ให้ผู้ใช้เลือกว่าจะรับเงินเอง หรือ บริจากให้ แหล่งบริจากที่อื่น (เราสามารถเจาะจงแหล่งบริจาคนั้นได้ในกรณีที่เราไม่ต้องการรับเงินส่วนแบ่งจากการคลิก)
เมื่อทำตามขั้นตอนเรียบร้อยแร้วจะปรากฎ หน้าต่างของบล็อกที่เราสร้างไว้ ดังรูป
ขั้นตอนที่ 8 การปรับแต่งและเพิ่มโมดูล
ขั้นตอนที่ 9 การแก้ไขหัวข้อและการเพิ่มเนื้อหา เริ่มจากคลิกที่ เมนู Edit title เพื่อแก้ไขหัวข้อบล็อก และเลือก เมนู Edit เพื่อการเพิ่มเนื้อหาของบล็อก ดังรูป
เมื่อคลิกที่เมนู Edit ก็จะปรากฎหน้าต่างการแนะนำบล็อกและการใส่เนื้อหาดังภาพ
เมื่อใส่เนื้อหาเรียบร้อยแร้ว ก็ถึงการอัปรูปเข้าบล็อก วิธีการก็ง่าย ๆ คือการ เลือกไฟล์ และอัปโหลดตามปกติ ดังภาพ
เมื่อทำการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเรียร้อย ก้อจาปรากฎหน้าบล็อกที่เราแก้ไขไว้ดังนี้ เพียงเท่านี้การสร้างบล็กสำหรับมือใหม่ก้อเสร็จเรียบร้อย และขั้นตอยสุดท้ายคือการเผยแพร่ข้อมูล โดยการคลิกที่เมนู PUBLISH เท่านี้บล็อกของเราก้อถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกแร้ว.....................
นางสาวศิริรัตน์ อุดมมงคลไพศาล เลขที่ 17 รหัส 2551051542318 สาระฯ เทียบโอน ปี 3















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น